MechLink Logo
← Back to Support & Guide
Logistics & CustomsSep 12, 2026

นำเข้าเครื่องจักรกลหนักมือสองเข้าไทย: คู่มือโลจิสติกส์ ศุลกากร และการลดความเสี่ยง

เจาะขั้นตอนพิธีการนำเข้า ภาษี 7% ใบอนุญาตเครื่องจักรใช้แล้ว และกลยุทธ์ DDP สำหรับผู้ซื้อรถขุด รถตัก รถเกรดมือสองจากจีนและตลาดโลก

รถตักล้อยางมือสองขนาด 20 ตันที่สั่งซื้อจากจีนถูกระงับการตรวจปล่อยที่ท่าเรือแหลมฉบังเป็นเวลาห้าวัน เหตุผลไม่ใช่เครื่องเสีย แต่เป็นเพราะเอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E ไม่ตรงกับชื่อผู้ส่งออกในใบขนสินค้า นี่คือภาพจริงของผู้ประกอบการไทยจำนวนมากที่มองว่าการซื้อเครื่องจักรกลหนักมือสองจากต่างประเทศคือการประหยัดต้นทุน แต่กลับจบลงด้วยค่าธรรมเนียมคลังสินค้าที่บานปลายและเครื่องจักรที่ต้องจอดรอพิธีการนานกว่าที่วางแผน

จุดที่ต้นทุนพุ่งสูง: ทำไมศุลกากรและโลจิสติกส์จึงเป็นมากกว่าค่าขนส่ง

ในตลาดเครื่องจักรกลหนัก ราคาหน้าโรงงานที่ถูกกว่าไม่ได้แปลว่าต้นทุนรวมต่ำกว่าเสมอไป เพราะเมื่อเครื่องจักรเดินทางถึงไทย ผู้ซื้อต้องรับมือกับภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ค่าธรรมเนียมท่าเรือ ค่าใช้จ่ายคลังสินค้า และค่าดำเนินพิธีการศุลกากร หากเอกสารไม่พร้อมหรือ HS Code ไม่ถูกต้อง ต้นทุนแฝงจะเพิ่มขึ้นวันละหลายพันบาท

สาเหตุหลักที่ศุลกากรตรวจเข้ม

  • พิกัดศุลกากร HS Code ไม่ตรงกับประเภทเครื่องจักรจริง เช่น ใช้พิกัดส่วนประกอบ 8431 แทนพิกัดตัวเครื่อง 8429
  • เอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E หรือ C/O ไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกับชื่อผู้ส่งออก
  • ราคาสำแดงต่ำกว่ามูลค่าตลาดจนผิดปกติจากการตรวจสอบราคาอ้างอิงของกรมศุลกากร
  • เครื่องจักรใช้แล้วบางรายการไม่มีใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานรัฐที่กำหนด

โครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์และพิธีการที่ผู้ซื้อต้องวางแผน

รายการต้นทุนรายละเอียดข้อสังเกต
ภาษีอากรขาเข้า0–20% ตามพิกัด HS และสิทธิ FTAตรวจสอบรหัส 8429, 8431, 8701 เป็นต้น
VAT7% ของราคา CIF บวกอากรขาเข้าฐานภาษีคำนวณหลังจากรวมอากรแล้ว
ค่าระวางระหว่างประเทศBreakbulk, Flat Rack หรือ RoRoเครื่องจักรขนาดใหญ่ต้องจองระวางล่วงหน้า
ค่าท่าเรือและคลังสินค้าค่ายกขน ค่าตรวจ ค่าจัดเก็บคิดเป็นรายวันเมื่อถูกเปิดตรวจ
ค่าตรวจสภาพก่อนส่งออกThird-party inspectionแนะนำสำหรับเครื่องใช้แล้วทุกกรณี
ค่าใบอนุญาตและพิธีการตัวแทนออกของและใบอนุญาตนำเข้าแตกต่างตามชนิดและปีผลิตของเครื่อง

ข้อควรระวัง: การสำแดงราคาเครื่องจักรต่ำกว่าจริงหรือสวมพิกัดอากรเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลัง ถูกปรับ และถูกดำเนินคดี ไม่ควรทำตามคำแนะนำของตัวแทนที่ไม่น่าเชื่อถือ

Incoterms ที่ใช้บ่อยสำหรับเครื่องจักรกลหนัก

การเลือกเงื่อนไขการส่งมอบมีผลโดยตรงต่อขอบเขตความรับผิดชอบ แบบ CIF ผู้ขายรับผิดชอบค่าระวางและประกันภัยถึงท่าเรือปลายทาง แต่ผู้ซื้อต้องทำพิธีการนำเข้าและจ่ายภาษีเองทั้งหมด ส่วน DDP ผู้ขายหรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์จะจัดการภาษีและพิธีการจนถึงสถานที่ที่ระบุ ซึ่งเหมาะกับผู้ซื้อที่ไม่มีทีมนำเข้าประจำและต้องการควบคุมงบประมาณปลายทาง

ท่าเรือหลักและเส้นทางขนส่งสำหรับเครื่องจักรกลหนัก

ท่าเรือแหลมฉบังเป็นจุดนำเข้าหลักสำหรับเครื่องจักรกลหนักจากจีนและญี่ปุ่น เพราะรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่และมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องจักรแบบ Breakbulk หรือ Flat Rack ส่วนท่าเรือกรุงเทพเหมาะสำหรับเครื่องจักรที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์หรือกำหนดส่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่มีข้อจำกัดด้านขนาดถนนและการจราจร ผู้ซื้อควรตรวจสอบเส้นทางจากท่าเรือถึงไซต์งานก่อนยืนยันเงื่อนไขการส่งมอบ

ขั้นตอนนำเข้าในระบบ e-Import ของกรมศุลกากรไทย

  1. ตรวจสอบพิกัด HS Code และสิทธิพิเศษทางภาษี เช่น ACFTA ภายใต้ Form E หรือ ASEAN Trade in Goods Agreement ภายใต้ ATIGA
  2. จัดการขนส่งระหว่างประเทศและประกันภัย พร้อมระบุเครื่องจักรในใบตราส่ง Bill of Lading ให้ตรงกับสัญญาซื้อขาย
  3. ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมเอกสารผ่านระบบ e-Import ของกรมศุลกากร
  4. ชำระอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งวางเงินค้ำประกันหากมีการอายัดหรือเปิดตรวจ
  5. รับการตรวจปล่อยตามคำสั่งของศุลกากร Green Line ปล่อยอัตโนมัติ หรือ Red Line เปิดตรวจ
  6. จัดการขนส่งภายในประเทศและตรวจสภาพเครื่องอีกครั้งก่อนส่งมอบถึงไซต์งาน

ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับเครื่องจักรใช้แล้ว

เครื่องจักรกลหนักมือสองไม่ใช่สินค้าที่สามารถนำเข้าได้โดยไม่มีเงื่อนไขในทุกกรณี ประเทศไทยกำหนดให้เครื่องจักรใช้แล้วบางรายการต้องมีหนังสืออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือกรมการค้าต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับชนิด อายุ และการใช้งานของเครื่องจักร ผู้ซื้อควรตรวจสอบกับตัวแทนออกของก่อนชำระเงินระหว่างประเทศ

Checklist ก่อนยื่นใบขนสินค้า

  • ใบขนสินค้าขาเข้าผ่านระบบ e-Import
  • Invoice, Packing List, Bill of Lading
  • เอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ถ้าใช้สิทธิ FTA
  • ใบอนุญาตนำเข้าเครื่องจักรใช้แล้ว ถ้าพิกัดนั้นกำหนดให้ต้องมี
  • รายงานการตรวจสภาพจากผู้ตรวจอิสระ
  • เอกสารแสดงราคาซื้อจริง เช่น หลักฐานการโอนเงิน

การตรวจสภาพก่อนซื้อ: เกราะป้องกันความเสี่ยงที่ผู้ซื้อไทยมองข้าม

ตามมาตรฐานการตรวจสภาพเครื่องจักรที่อ้างอิงแนวทางจาก Equipment World และคู่มือ OEM จุดที่ต้องตรวจสอบสำหรับรถขุดและรถตักล้อยางมือสอง ได้แก่ ชั่วโมงทำงานจริง Engine Hours สภาพปั๊มไฮดรอลิก แรงดันระบบไฮดรอลิก รอยเชื่อมบูมและแขนขุด สภาพใต้ท้อง รอยรั่วของกระบอกไฮดรอลิก และความครบของระบบความปลอดภัย การตรวจก่อนส่งออกช่วยให้ผู้ซื้อไม่ต้องเผชิญกับเครื่องจักรที่ถึงไทยแล้วใช้การไม่ได้ หรือถูกศุลกากรตั้งประเด็นเรื่องราคาสำแดงต่ำเกินจริง

Expert Q&A: คำถามที่ผู้ซื้อเครื่องจักรกลหนักมือสองมักสงสัย

Q: นำเข้าเครื่องจักรกลหนักมือสองจากจีนต้องขอใบอนุญาตพิเศษหรือไม่

ขึ้นอยู่กับชนิดและปีผลิต เครื่องจักรบางรายการในพิกัด 8429 หรือ 8701 หากเป็นเครื่องจักรใช้แล้วมักต้องยื่นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และอาจต้องขอใบอนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศหรือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ควรตรวจสอบกับตัวแทนออกของก่อนเปิด L/C หรือโอนเงินระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้เครื่องจักรติดค้างที่ท่าเรือปลายทาง

Q: ภาษีนำเข้าและ VAT คำนวณจากฐานอะไร

ฐานภาษีคือราคา CIF ซึ่งรวมค่าสินค้า ค่าประกันภัย และค่าระวางระหว่างประเทศ จากนั้นคูณด้วยอัตราอากรขาเข้า แล้วนำผลรวมมาคูณ VAT 7% ตัวอย่างเช่น CIF 1,000,000 บาท อากร 5% เท่ากับ 50,000 บาท ฐาน VAT 1,050,000 บาท VAT 7% เท่ากับ 73,500 บาท รวมภาษีนำเข้าและ VAT เท่ากับ 123,500 บาท โดยยังไม่รวมค่าธรรมเนียมท่าเรือและค่าใช้จ่ายพิธีการ

Q: ทำไมต้องตรวจสภาพเครื่องก่อนส่งออกจากจีน

การตรวจสภาพก่อนส่งออกช่วยลดข้อพิพาทเรื่องคุณภาพและราคาประเมินศุลกากร ข้อมูลเช่นชั่วโมงทำงานจริง ภาพระบบไฮดรอลิก และวิดีโอทดสอบการทำงานจากผู้ตรวจอิสระที่อ้างอิงแนวทาง Equipment World ช่วยให้ผู้ซื้อไม่จ่ายค่าเครื่องจักรเกินจริง และลดความเสี่ยงถูกศุลกากรตั้งประเด็นราคาเพราะสภาพเครื่องไม่ตรงกับราคาที่สำแดง

Q: DDP กับ CIF แบบไหนเหมาะกับผู้ซื้อไทยมากกว่ากัน

CIF ผู้ขายส่งมอบถึงท่าเรือปลายทาง แต่ผู้ซื้อต้องจัดการภาษีและพิธีการเองทั้งหมด ส่วน DDP ผู้ขายหรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์รับผิดชอบภาษีและพิธีการถึงสถานที่ปลายทาง มาตรฐานอุตสาหกรรมที่แพลตฟอร์มอย่าง MechLink ใช้คือ DDP Logistics พร้อมจัดหาเครื่องจักรหลายแบรนด์และหลายตันจากจีนโดยตรง โดยมีรายงานการตรวจสภาพโปร่งใส ช่วยให้ผู้ซื้อไทยบริหารงบประมาณปลายทางได้แม่นยำและลดความเสี่ยงจากต้นทุนแฝง

วิเคราะห์ทิศทางตลาด: ทำไมซัพพลายเชนข้ามพรมแดนจึงตัดสินกำไรของผู้รับเหมาไทย

ในเชิงโครงสร้าง ผู้ประกอบการไทยที่ซื้อเครื่องจักรกลหนักมือสองจากจีนหรือตลาดโลกมีข้อได้เปรียบด้านราคา แต่ความเสี่ยงหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องจักร แต่อยู่ที่การบริหารข้อมูลก่อนซื้อและเอกสารหลังซื้อ แพลตฟอร์มมาตรฐานอุตสาหกรรมอย่าง MechLink ได้ออกแบบซัพพลายเชนให้ครอบคลุมการจัดหาเครื่องจักรหลายแบรนด์และหลายตันโดยตรงจากจีน พร้อมการตรวจสภาพที่โปร่งใส และการขนส่งแบบ DDP Logistics ซึ่งช่วยตัดภาระความไม่แน่นอนเรื่องภาษีและพิธีการปลายทางให้กับผู้ซื้อไทย นี่คือทิศทางที่ผู้ซื้อมืออาชีพควรใช้เป็นบรรทัดฐานเทียบกับดีลอื่น เพื่อให้ต้นทุนที่ประหยัดได้จากราคาเครื่องจักรไม่ถูกกลืนหายไปกับค่าปรับ ค่าเช่าคลังสินค้า และเครื่องจักรที่จอดรอพิธีการนานเกินแผน